วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558


**สัปห์ดาที่ แปด ของการเรียน**

สัปห์ดานี้ต่อเนื่องกับสัปห์ดาที่แล้วคือเมื่อสัปห์ดาที่แล้วอาจารย์ให้แต่เพลง แล้วก็ให้กลับไปซ้อมและคิดท่าทางประกอบเพลงเพื่อที่จะนำมาสอนหน้าชั้นเรียนในสัปห์ดานี้

*แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาสอน*











หลังจากออกมาสอนครบทุกกลุ่มอาจารย์ก็มีเกมมาให้เล่นแก้ง่วง
คือเกมกระซิบ โดยให้แบ่งกลุ่มแล้วก็ส่งตัวแทนออกไปอ่านคำที่อาจารย์ให้แล้วก็มากระซิบให้เพื่อนฟังและก็กระซิบต่อไปจนถึงคนสุดท้ายแล้วก็ให้คนสุดท้ายพูดจากที่ได้ยิน เพื่อจะทดสอบดูว่าจะเหมือนคนเเรกหรือเปล่า



*หลังจากเล่นเกมเสร็จ อาจารย์ก็ให้ดูรูปแบบการสอนแบบโปรเจค









**หมดคาบอาจารย์ก็ได้สั่งการบ้านคือไปหัดเขียนกระดานมาเพื่อที่จะเขียนในสัปห์ดาถัดไป**

..............................................................................................................

ความรู้ที่ได้รับ
1.ได้รู้ทักษะการสอนเด็กโดยการใช้บทเพลง และการใช้ท่าทางประกอบเพื่อเด็กได้เกิดความสุนกสนานและได้รับความรู้ไปด้วย
2.ได้รับความรู้เกี่ยวกับรูปแบบการสอนแบบโปรเจค 

การนำไปประยุกต์ใช้
1.นำทักษะการสอนไปปรับใช้ในชีวิตจริง
2.นำรูปแบบการเรียนการสอนแบบโปรจัดไปปรับใช้ในการสอนเด็ก

การประเมิน
1.ประเมินตนเอง ได้รับความรู้และทักษะการสอนเพิ่มขึ้น
2.ประเมินเพื่อน เพื่อนๆก็สนใจในเรื่องที่อาจารย์สอนและสนุกกับเกมที่อาจารย์นำมาให้เล่นและให้ความร่วมมือกันดี
3.ประเมินอาจารย์  อาจารย์ก็มีคำแนะดีๆมาให้เหมือนกับทุกครั้งและก็มีกืจกรรมมาให้ทำเพื่อที่จะทำให้นักศึกษาไม่เบื่อ


วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2558


***สัปห์ดาที่ เจ็ด ของการเรียน***

เริ่มต้นด้วยการปั้มใบมาเรียนเหมือนเช่นเคย




สัปห์ดานี้งานมีงาน 2 ชิ้น

ชิ้นแรกต่อเนื่องจากสัปห์ดาที่แล้วคือ นำคำคล้องจองที่แต่งมาดัดแปลงเป็นเพลงสั้นๆสำหรับเด็ก











ผลงานของพวกเรา เพลง ชมสัตว์

ชมสัตว์กันเถอะเรา
มีทั้งค้างคาว พิราบขาว อินทรี
ผีเสื้อ หิงห้อย แมลงปอก็มี
ผึ้งน้อยมากมีบินมาเร็วพลัน

...........................................................................................................

ชิ้นที่ 2 จะเป็นงานเดี่ยว
คือให้ทำไม้ไว้ชี้สำหรับเวลาออกไปสอนหน้าชั้นเรียน






**ไม้ชี้ของฉันค่ะ "ชื่อแตงโมง"


**ส่วนนี่จะเป็นผลงานของเพื่อนๆค่ะ**




และก่อนกลับบ้านวันนี้อาจารย์ก็ได้แจกเนื้อเพลงให้กลับไปหัดร้องด้วยค่ะ

มีทั้งหมด 5 เพลง เหมือนเช่นเคย

............................................................................................

ความรู้ที่ได้รับ
1.การดัดแปลงเพลงง่ายๆที่สามารถนำไปสอนเด็ก และทำให้เด็กมีความรู้และการแต่งเป็นบทเพลงจะทำให้เด็กจำได้ง่านขึ้น
2.การทำอุปกรณ์ในการสอนซึ่งก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะทำให้เด็กสนใจในสิ่งที่ครูสอน

การนำไปประยุกต์ใช้
1.นำความรู้จากการแต่งเพลงสั้นๆไปประยุกต์ใช้จริงเพื่อที่จะทำให้การเรียนการสอนสนุกมากขึ้นเด็กๆก็จะไม่เบื่อกับเนื้อหาที่สอน เพราะมีบทเพลงมาประกอบเพิ่มความสนุกสนาน
2.นำทักษะการทำสื่อที่น่ารักดึงดูดความสนใจของเด็กมาใช้เพื่อที่เราจะได้สอนเด็กง่ายขึ้น

การประเมิน
1.ประเมินตนเอง  มีทักษะการนำเอาเนื้อหาของบทเรียนมาแต่งเป็นบทเพลงเพื่อเพิ่มความสนุกสนานให้  กับเด็ก
2.ประเมินเพื่อน  เพื่อนๆมีความสนุกสนานในการเเต่งเพลง และมีความคิดสร้างสรรค์ในการทำไม้ชี้ของตนเองในรูปแบบต่างๆ
3.ประเมินอาจารย์  อาจารย์ก็มีกิจกรรมที่สนุกและสร้างสรรค์มาให้ได้ทำเหมือนเช่นเคยและสอนการแต่งเพลงง่ายๆสำหรับเด็กให้เพลงที่จะให้นักศึกษานำไปใช้ได้จริง







วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558


***สัปห์ดาที่ หก ของการเรียน***
ต่อจากสัปห์ดาที่แล้ว

ก่อนจะเรียนก็ปั้มใบมาเรียน ก่อนนะ



จากนั้นก็ เริ่มต้นด้วย อาจารย์สาธิตการสอนและการคุมเด็กให้ดู



และตามด้วยผลงานของแต่ละกลุ่ม 












นี่คือผลงานของกลุ่มพวกเรา "สัตว์บนท้องฟ้า"


หลังจากที่ทุกกลุ่มออกไปนำเสนอเสร็จอาจารย์ก็ใจดีแจกรางวัลเด็กดีให้กับคนที่ออกไปเป็นตัวเเทนกลุ่มคนละหนึ่งรางวัล 

ตามด้วยแจกเพลงห้าเพลงเหมือนเช่นเคย เพื่อที่จะให้นำไปฝึกร้องเอง



.............................................................................................................

ความรู้ที่ได้รับ 
1.ได้ทักษะการออกไปพูดหน้าชั้นเรียน การควมคุมเด็กและการให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการเรียน เช่น การถามให้เด็กตอบและการให้เด็กถามในสิ่งที่สงสัยจากการเนื้อหาการสอน
2.ได้ทักษะที่ว่า ถ้าในสถานการณ์หรือการสอนจริงแล้วเด็กเกิดอยากถามทุกคนเราควรมีวิธีการในการเเก้ไขอย่างไรได้บ้าง 

การนำไปประยุกต์ใช้
1.นำวิธีการพูดและการสอนหน้าชั้นเรียนไปประยุกต์ใช้จริงและพัฒนาให้เกิดผลที่ดีขึ้น
2.นำทักษะการแก้ไขปัญหาเมื่อเด็กเกิดอย่างมีส่วนร่วมทุกคน เราควรที่จะทำอย่างเพื่อที่จะไม่ให้วุ่นวายและเสียเวลา

การประเมินผล
1.ประเมินตนเอง  มีความรู้เพิ่มขึ้นจากเดิมจากเดิม และมีความการเเสดงออกที่จะออกไปนำเสนอหน้าชั้น
2.ประเมินเพื่อน  เพื่อนๆให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมดีและสนุกกับการแสดงบทบาทสมมติเป็นเด็กได้ดีมาก
3.ประเมินอาจารย์  อาจารย์มีคำแนะนำในการสอนเด็กและการแก้ไขปัญหาเมื่อเด็กอยากมีส่วนร่วมจำนวนมาก





สัปห์ดาที่ ห้า ของการเรียน

อาจารย์ให้จับมือกันเป็นวงกลม แล้วก็ร้องเพลงรำวงดอกมะลิ
แล้วอาจารย์ก็ได้ให้จับคู่หรือกลุ่มตามที่อาจารย์บอก ใครที่ไม่มีกลุ่มก็ได้ออกไปรำหน้าชั้นเรียน





***หลังจากสนุกจากการรำวงก็เข้าสู้โหมดวิชาการนิดนึง ***
โดยอาจารย์ให้แบ่งกลุ่มเสนอหัวข้อเพื่อที่จะนำไปแต่งเป็นคำคล้องจอง



เพื่อนๆต่างระดมความคิดกันใหญ่


**ตัวอย่างของงานที่ต้องทำ นะจ๊ะ**


ก่อนจะแต่งเป็นคำคล้องจองก็ต้องทำเป็น มายแม็บ ก่อน



จากน้อยค่อยมาแต่งเป็นคำคล้องจอง

ผลงานของกลุ่ม ฉัน คือ คำคล้องจอง "สัตว์บนท้องฟ้า"

สัตว์น้อยใหญ่โบยบินอยู่บนฟ้า
มีทั้งกา ค้างคาว นกอินทรี
มีผีเสื้อ หิงห้อย แมลงเต่าทอง
สัตว์ทั้งผองล้วนบินอยู่บนฟ้า

สำหรับในสัปห์ดานี้อาจารย์ให้แต่งแค่คำคล้องจองไว้ก่อนแล้วก็เอาไปเขียนใส่กระดาษพร้อมตกแต่งเป็นการบ้าน  และให้นำมาพร้อมกับแสดงบทบาทสมมติในการสอนในสัปห์ดาหน้า

...............................................................................................................

ความรู้ที่ได้รับ
 1.ทักษะการสอนเด็กและการคุมเด็ก ว่าเราต้องมีวิธีการคุมเด็กที่แปลกใหม่เช่นการร้องเพลงสั้นๆที่มีท่าทางประกอบ 
2.การเเต่งคำคล้องจองให้เด็กอ่าน ควรที่จะทำ เช่น เนื้อหาของคำคล้องจองที่เราจะสอนเกี่ยวกับอะไรให้เราออกแบบดูว่าเราควรจะทำลักษณะอย่างไรให้เหมาะกับเด็ก เช่น การเน้นคำ การเน้นคำพร้อมภาพ หรือการใช้รูปภาพแทนคำนั้น ที่เด็กสามารถดูออกว่าเป็นอะไร

การนำไปประยุต์ใช้
1.นำทักษะการคุมเด็กไปได้จริงและสามารถนำไปดัดแปลงเพื่อให้เกิดทักษะและความรู้เพิ่มขึ้น
2.นำทักษะการเเต่งคำคล้องจองและการนำเสนอคำคล้องจองให้เหมาะกับช่วงวับของเด็กว่าแต่ละช่วงวัยเราควรใช้คำหรือรูปภาพเพื่อที่จะให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้ที่ดี

การประเมินผล
1.ประเมินตนเอง   มีความรู้เรื่องการควบคุมเด็กที่หลากหลายขึ้น และการเลือกเนื้อหาที่เหมาะกับเด็กแต่ละช่วงวัย
2.ประเมินเพื่อน  เพื่อนๆมีความสนุกสนานกับการเรียน และช่วยกันออกความคิดเห็นในการนำเสนอหัวข้อของงานที่อาจารย์ให้ทำ
3.ประเมินอาจารย์   อาจารย์ก็มีวิธีที่แปลกใหม่ในการสอน และมีกิจกรรมที่ให้นักศึกษาได้ทำงานร่วมกันเพื่อที่จะได้เเชร์ความคิดและประสบการณื





วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2558


***สัปดาห์ที่สามของการเรียน***

เริ่มต้นด้วยการปั้มใบมาเรียน ค่ะ


....................................................................................

จากนั้นอาจารย์ก็พาทบทวนความจำ ด้วยการให้ร้องเพลงเดิมที่เคยร้องเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว



***ตามด้วยเพลงใหม่อีก 5 เพลง***




1.เพลง ดวงอาทิตย์
2.เพลง ดวงจันทร์
3.เพลง  รำวงดอกมะลิ
4.เพลง ดอกมะลิ
5.เพลง ดอกกุหลาบ

.......................................................................

ร้องเพลงสนุกสนานกันพอสมควร อาจารย์ก็สอนเกี่ยวกับเนื้อหา 



เรื่อง แนวคิดนักการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาภาษาของเด็กปฐมวัย
1. แนวคิดของกลุ่มพฤติกรรมนิยม
-ทฤษฎีการเรียนรู้ของ Skinner
   ๐สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อพัฒนาการด้านภาษา
   ๐ให้ความสำคัญกับสิ่งเร้าและการตอบสนอง

-John B. Watson
   ๐ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก
   ๐วางเงื่อนไขพฤติกรรมของเด็ก เป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้และผู้ใหญ่สามารถที่จะวางเงื่อนไขพฤติกรรมของเด็กได้ (โดยเขาได้ทดลองกับเด็กจริงๆ)

2.แนวคิดกลุ่มพัฒนาการทางสติปัญญา
-Vygotsky
   ๐เด็กเรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม
   ๐สังคม บุคคลรอบข้างมีผลต่อการเรียนภาษาของเด็ด
   ๐ผู้ใหญ่ควรชี้แนะและขยายประสบการณ์ด้านภาษาของเด็ก

-ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของ Piaget
   ๐การที่เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญในพัฒนาการด้านภาษาและสติปัญญา

3.แนวคิดของกลุ่มที่เชื่อเรื่องความพร้อมทางร่างกาย
-Arnold Gesell
   ๐เน้นความพร้อมทางด้านร่างกายในการใช้ภาษา
   ๐ความพร้อม วุฒิภาวะของเด็กแต่ละคนไม่เท่ากัน
   ๐เด็กบางคนอาจมีความพร้อมทางด้านร่างกายในการใช้ภาษาได้เร็ว
   ๐เด็กบางคนอาจมีปัญหาอวัยวะบางส่วนที่ใช้ภาษาในการสื่อสารบกพร่อง

4.แนวคิดของกลุ่มที่เชื่อว่าภาษาติดตัวมาตั้งแต่เกิด
-Noam Chomsky
   ๐ภาษาเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นภายในตัวมนุษย์
   ๐การเรียนรู้ขึ้นอยู่กับวุฒิภาวะ
   ๐มนุษย์เกิดมาโดยมีศักยภาพในการเรียนรู้ภาษามาตั้งแต่เกิด

 -แนวคิดของ O.Hobart Mowrer
   ๐คิดค้นทฤษฎีความพอใจ

..........................................................................................

จากนั้นก็มาทดสอบทักษะด้านภาษา ซักหน่อย ด้วยการให้อ่านคำคล้อง



................................................................................

จากนั้นก็ให้ทุกคนมาแต่นิทานร่วมกัน โดยให้สมมติว่าเป็นครูกับนักเรียนชั้นอนุบาลช่วยกัน
คือให้ครูก็จะเป็นคนเขียนและถามเด็กๆว่าเราจะเเต่งนิทานเรื่องอะไร จากนั้นก็ให้เด็กเป็นคนช่วยเเต่ง


***วันนี้นักเรียนชั้นอนุบาล 3/1 ก็ได้ช่วยกันแต่งนิทาน เรื่อง ผลไม้หลากสี***
หลังจากที่ช่วยกันแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูก็ได้แบ่งงานให้นักเรียนช่วยกันวาดรูปตามเนื้อเรื่องของนิทาน โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ให้ทำกลุ่มละท่อนของนิทาน



>>>หลังจากที่ช่วยกันทำผลที่ออกมา... สวยงามมาก>>>



...............................................................................................

ความรู้ที่ได้รับ
1.ได้รู้ทฤษฎีและแนวคิดของนักทฤษฎีที่ศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาภาษาของเด็กปฐมวัยว่ามีใครบ้างที่ได้   
ศึกษาคิดค้นทฤษฎีและแต่ละคนมีแนวคิดอย่างไรกับการพัฒนาด้านภาษาของเด็กปฐมวัย
2.ได้ทักษะการพาเด็กแต่งนิทานและการให้เด็กมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมโดยการให้ช่วยคิดชื่องเรื่อง             ของนิทาน ให้ช่วยแต่งเนื้อเรื่อง รวมทั้งการแบ่งกลุ่มให้เด็กๆได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เพราะจะ  ช่วยพัฒนาการด้านภาษาในการแลกเปลี่ยนความคิดและพัฒนาการด้านสังคมคือการทำงานร่วมกับผู้อื่น

การนำไปประยุกต์ใช้
1.นำความรู้ที่ได้จากทฤษฎีไปศึกษาเพิ่มเติมและนำมาประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมพัฒนาการทางด้านภาษาของเด็ก
2.นำทักการให้เด็กมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมไปพร้อมกับครูไปใช้และดัดแปลงให้เหมาะสมกับสถานะการณ์
3.ทุกสัปดาห์จะมีการร้องเพลง ก็จะนำเพลงที่ได้ร้องไปสอดแสรกในการพาเด็กทำงานหรือในการคุมเด็กให้อยู่โดยใช้เพลงเป็นสื่อ

การประเมินผล
1.ประเมินตนเอง = สัปดาห์เป็นสปดาห์ที่ถือว่าได้ทั้งความสนุกเพลิดเพลินและได้ความรู้เกี่ยวกับทฤษฎี
                              และการทำกิจกรรมมากขึ้น
2.ประเมินเพื่อน = เพื่อนให้ความร่วมมื่อมากขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมาและสนุกเพราะได้ทำกิจกรรมร่วมกัน
                             และกิจกรรมที่ทำก็เป๋นกิจกรรมสบายๆทำให้ไม่เครียด
3.ประเมินอาจารย์ = อาจารย์ก็สอนได้ดีเหมือนกับที่ผ่านมาและก็มีกิจกรรมเล็กๆน้อยๆคั้นเพื่อไม่ให้นักศึก
                                ษาง่วง

..............................................................................................................





วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2558

>>>สัปดาห์ที่สองของการเรียน  เข้าห้องอาจารย์ก็ให้ปั้มใบมาเรียน<<<



จากนั้นก็ให้ทุกคนไปพิมพ์ชื่อบล็อกของตัวเองให้กับอาจารย์เพื่อที่จะตรวจงานที่สั่งให้ทำบล็อกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
**อาจารย์ใจดี แจกดาวรางวัลเด็กดีตั้ง 2 ดวง 

.................................................................................................


>>เสร็จเรียบร้อยอาจารย์ก็ให้ทุกคนทำป้ายชื่อ<<


**จากที่ตั้งหน้าตั้งตาทำ ผลที่ออกมา ใช้ได้เลยค่ะ...

.......................................................................................................




มาทวนความจำกันหน่อย!!! ด้วยเพลง สวัสดี โดยที่อาจารย์ให้เป็นผีเสื้อกับดอกไม้และให้คนที่เป็นผีเสื้อบินวนไปตอมดอกไม้ซึ่งแต่ละดอกก็จะเป็นดอกไม้ของต่างประเทศและก็ให้ผีเสื้อกับดอกไม้ทักทายกัยและเวียนไปเรื่อยๆ

........................................................................................

งานศิลปะก็มี


อาจารย์ให้วาดภาพสิ่งของอะไรก็ได้ที่เรารักหรือชอบที่สุด
**สิ่งที่ฉันวาดก็นี่!เลยค่ะตุ๊กตาตัวโปรดที่รักที่สุด ชื่อไอ้เน่า ค่ะ

...................................................................................

ตามด้วยงานเพลงใหม่ค่ะ


อาจารย์พาร้องเพลงใหม่ 5 เพลง


1. เพลง ตาดูหูฟัง
2. เพลง จ้ำจี้ดอกไม้
3. เพลง ดอกไม้
4. เพลง นกเขาขัน
5. เพลง กินผักกัน

..............................................................................

ความรู้ที่ได้รับ
1.ได้รับความเกี่ยวกับการทำบล็อกและการลิ้งหาเพื่อน 
2.อาจารย์ได้สอนถึงการที่จะให้เด็กทำงานศิลปะเราควรที่จะเลือกสีให้เด็กใช้คือควรที่จะเป็นสีเทียน สีน้ำ และสีชอคเพราะจะได้ไม่เป็นอันตรายแก่เด็กและสะดวกในการใช้งาน

การนำไปประยุกต์ใช้
1.นำความรู้เรื่องการทำบล็อกไปใช้ในการเก็บผลงานหรือบันทึกข้อมูลไว้เพราะการเก็บไว้ในบล็อกมีข้อดีหลายๆอย่าง เช่น ไม่ศูนย์หาย ไม่ชำรุดและสะดวกไม่ต้องพกพาให้หนัก
2.นำความรู้เรื่องการเลือกอุปการณ์ในการทำงานศิลปะที่เหมาะสมและไม่เป็นอันตรายแก่เด็กไปประยุกต์ใช้ เพราะอนาคตเราต้องทำงานกับเด็กเล็กซึ่งเป็นวัยที่เขายังไม่สามมารถดูแลตัวเองได้ดีพอสมควรฉนั้นในฐานะที่เราเป็นครูเราก็ต้องดูแลเอาใจใส่และทำให้เขาปลอดภัยที่สุด

การประเมินผล
1.ประเมินตนเอง = สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่สนุกเพราะได้ลงมือทำกิจกรรมถึงจะเป็นเวลาเรียนที่นานแต่ก็  
                               รู้สึกว่าสนุกและไม่เบื่อ และเข้าใจในสิ่ที่อาจารย์สอนเป็นอย่างดี
2.ประเมินเพื่อน = เพราะสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่เรียนสนุกเพื่อนๆส่วนมากก็ตั้งใจเรียนและสนุกกับ
                              กิจกรรมที่อาจารย์พาทำ
3.ประเมินอาจารย์ = อาจารย์ก็สอนได้สนุกไม่น่าเบื่อและยังมีคำแนะนำดีๆเกี่ยวกับเนื้อหาของวิชามา
                                แนะนำให้ ทำให้นักศึกษาได้เกล็ดความรู้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่